
อยากลองดูออร่า (aura) ของตัวเองด้วยตาเปล่าไหม? เริ่มง่าย ๆ แค่ยืนห่างจากกระจกบานใหญ่ประมาณ 1 เมตร โดยมีผนังสีเรียบ ๆ เป็นฉากหลัง เปิดไฟนวลอ่อน ๆ แล้ว “ทอดสายตา” ผ่านเงาสะท้อนไปที่ผนังด้านหลังตัวเอง ไม่ต้องเพ่ง หลังจากผ่อนสายตาสัก 1–2 นาที หลายคนจะเริ่มเห็นเส้นแสงจาง ๆ สีขาวหรือฟ้าใสบาง ๆ ล้อมรอบศีรษะและไหล่ นั่นคือชั้นออร่าชั้นแรกที่มองเห็นได้ง่ายที่สุด
ฟังดูเหมือนต้องมีพรสวรรค์ แต่จริง ๆ แล้วการมองเห็นออร่าเป็นทักษะที่ “ฝึกได้” เหมือนการฝึกมองภาพ 3 มิติในโปสเตอร์ลายจุด บางคนเห็นในครั้งแรก บางคนใช้เวลาหลายวันหรือหลายสัปดาห์ บทความนี้จะพาคุณไปทีละขั้น ตั้งแต่การเตรียมตัว วิธีฝึกที่ทำเองได้ที่บ้าน ไปจนถึงเหตุผลว่าทำไมบางคนถึงเห็นง่ายกว่าคนอื่น — เขียนแบบเพื่อนเล่าให้เพื่อนฟัง ไม่ต้องซีเรียส ลองทำไปด้วยกันนะ
ออร่าคืออะไร ทำไมถึง “มองเห็น” ได้
ออร่า คือสนามพลังงาน (energy field) ที่เชื่อกันว่าแผ่ออกมารอบตัวสิ่งมีชีวิตทุกอย่าง ในหลายวัฒนธรรมมองว่าออร่าสะท้อนสภาวะอารมณ์ ความรู้สึก และความสมดุลภายในของแต่ละคน เวลาที่เราสบายใจ ผ่อนคลาย ออร่ามักถูกอธิบายว่า “สว่างและกว้าง” ส่วนวันที่เหนื่อยล้าหรือเครียดสะสม ออร่าก็อาจดู “หม่นและหดแคบ” ลง
ในสายพลังงานมักโยงสีของออร่าเข้ากับระบบจักระ (chakra) ทั้ง 7 จุดในร่างกาย เพราะเชื่อว่าจุดพลังงานแต่ละจุดสัมพันธ์กับสีที่ต่างกัน หากอยากเข้าใจว่าแต่ละสีหมายถึงอะไร ลองอ่านเพิ่มได้ที่บทความสีของจักระทั้ง 7 และความหมาย
ส่วนคำถามที่ว่า “ตาเราเห็นออร่าได้จริงเหรอ” — คำอธิบายที่คนสายฝึกมองเห็นมักใช้คือ เซลล์รับแสงแบบแท่ง (rod cells) ที่อยู่บริเวณขอบของจอตาเรา ไวต่อแสงสลัวและการเคลื่อนไหวเบา ๆ มากกว่าเซลล์ตรงกลางที่ใช้มองรายละเอียดและสี ฉะนั้นเวลาเราผ่อนสายตาและใช้ “การมองชายขอบ” (peripheral vision) เราจึงมีโอกาสรับรู้แสงจาง ๆ รอบตัวคนได้มากขึ้น นี่คือหลักการเบื้องหลังทุกเทคนิคที่จะเล่าต่อไปนี้
หมายเหตุเล็ก ๆ: การดูออร่าเป็นความเชื่อและแนวทางผ่อนคลายเพื่อสำรวจใจตัวเอง ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือการรักษาใด ๆ ลองทำด้วยใจสบาย ๆ เหมือนเล่นเกมกับตัวเองจะสนุกที่สุด
เตรียมพื้นที่ก่อนฝึก 4 อย่าง
ก่อนจะเริ่ม การจัดสภาพแวดล้อมให้เหมาะสำคัญกว่าที่คิด เพราะออร่าเป็นแสงที่ “จาง” มาก ถ้าฉากหลังรกหรือไฟจ้าเกินไป ยังไงก็มองไม่เห็น เช็กลิสต์ง่าย ๆ มีดังนี้
- ฉากหลังเรียบสีอ่อน — ผนังสีขาว ครีม หรือเทาอ่อน จะช่วยให้เส้นออร่าตัดกับพื้นหลังได้ชัด หลีกเลี่ยงผนังที่มีลายหรือของแขวนเยอะ
- แสงนวลอ่อน ไม่จ้า — แสงธรรมชาติช่วงเช้าตรู่หรือใกล้ค่ำเป็นแสงที่เหมาะที่สุด ถ้าเปิดไฟ ให้ใช้ไฟวอร์มอ่อน ๆ หลีกเลี่ยงหลอดขาวจ้าเหนือหัวโดยตรง
- บรรยากาศสงบ — ปิดเสียงรบกวน หายใจช้า ๆ สัก 5–10 ครั้งให้ใจนิ่งก่อน หลายคนชอบเปิดเสียงเบา ๆ คลอ เช่น เสียงขันทิเบตหรือดนตรีผ่อนคลาย เพื่อให้จิตนิ่งลง (อ่านเพิ่มเรื่องเสียงบำบัดเพื่อการผ่อนคลายได้)
- เวลาที่ใจว่าง — อย่าฝึกตอนรีบหรือเหนื่อยล้าจัด เพราะความพยายาม “เพ่ง” จะยิ่งทำให้มองไม่เห็น
วิธีดูออร่าตัวเองหน้ากระจก (ทำตามทีละขั้น)
นี่คือวิธีที่นิยมที่สุดสำหรับการดูออร่าของ “ตัวเอง” เพราะเราเป็นทั้งคนดูและแบบในเวลาเดียวกัน
- ยืนห่างกระจกราว 1 เมตร ให้มีผนังสีเรียบอยู่ด้านหลังตัวคุณ (ไม่ใช่ด้านหลังกระจก)
- ผ่อนไหล่ หายใจลึก สลัดความเกร็งออกจากใบหน้าและดวงตา ยิ้มเบา ๆ ให้ตัวเองในกระจกก่อนเริ่ม
- จ้องนิ่ง ๆ ที่จุดกลางหน้าผาก (บริเวณตาที่สาม) ของเงาสะท้อนตัวเอง แล้ว “มองทะลุ” ผ่านเงาไปที่ผนังด้านหลัง เหมือนกำลังมองอะไรที่อยู่ไกลออกไป
- อย่าขยับลูกตาไปมา ตรึงสายตาไว้ที่จุดเดิม แต่เปิดการรับรู้ให้กว้างไปถึงขอบภาพ สังเกตพื้นที่รอบ ๆ ศีรษะและไหล่ด้วยหางตา
- รอ 1–3 นาที อย่าใจร้อน ค่อย ๆ ปล่อยสายตาให้เบลอนิด ๆ ระหว่างนี้อย่ากะพริบตาถี่เกินไป
สิ่งที่คนส่วนใหญ่เห็นเป็นอย่างแรกคือเส้นแสงบาง ๆ ใส ๆ หรือขาวนวลที่แนบไปกับรูปร่าง เหมือนไอความร้อนที่ระยิบเหนือพื้นถนนตอนแดดจัด — นั่นคือชั้นในสุดที่เรียกว่าชั้นอีเทอริก (etheric layer) เมื่อฝึกไปเรื่อย ๆ บางคนจะเริ่มเห็นสีจาง ๆ เหลือบขึ้นมา อาจเป็นฟ้า เขียว ม่วง หรือทอง แล้วแต่คน
ฝึกกับ “มือตัวเอง” สำหรับมือใหม่สุด ๆ
ถ้าหน้ากระจกยังยากไป ลองเริ่มจากมือตัวเองก่อน เป็นวิธีที่เบาและทำได้ทุกที่
- ยกมือข้างหนึ่งขึ้นมาให้ฉากหลังเป็นผนังสีอ่อน กางนิ้วออกเล็กน้อย
- ทอดสายตามองผ่านนิ้วมือไปที่ผนัง ไม่โฟกัสที่ตัวนิ้ว
- ลองนำปลายนิ้วชี้สองข้างมาเกือบชนกัน แล้วค่อย ๆ ดึงออก สังเกตว่ามีเส้นแสงจาง ๆ “ยืด” ตามปลายนิ้วไหม
- ขยับมือช้า ๆ ไปมา แล้วดูว่ามีชั้นใส ๆ เคลื่อนตามขอบมือหรือเปล่า
เส้นแสงรอบมือมักเป็นสิ่งแรกที่คนเห็นได้ก่อนออร่ารอบตัว เพราะโฟกัสง่ายและเราควบคุมระยะได้เอง ฝึกวันละ 5 นาทีสม่ำเสมอ จะได้ผลดีกว่าฝึกทีเดียวนาน ๆ นาน ๆ ครั้ง
ทำไมบางคนเห็นออร่า บางคนไม่เห็น
นี่คือคำถามยอดฮิต และคำตอบก็ทำให้สบายใจขึ้นเยอะ — เกือบทุกคน “สัมผัส” ออร่าได้ เพียงแต่ไม่ใช่ทุกคนที่ “แปลผล” ออกมาเป็นภาพได้ ลองนึกถึงเวลาเดินเข้าห้องแล้วรู้สึกว่า “บรรยากาศมันตึง ๆ” หรือเจอบางคนแล้วรู้สึกอบอุ่นสบายใจทันที นั่นก็คือการรับรู้พลังงานรูปแบบหนึ่งที่เราทำกันอยู่ทุกวันโดยไม่รู้ตัว
ปัจจัยที่ทำให้บางคนเห็นออร่าเป็นภาพได้ง่ายกว่า มักมาจาก
- ความเคยชินในการเข้าถึงสภาวะจิตนิ่ง — คนที่ฝึกสมาธิหรือโยคะเป็นประจำ มักผ่อนสายตาและใจให้ “โล่ง” ได้เร็วกว่า จึงเห็นง่ายกว่า
- ความไวต่อพลังงานโดยธรรมชาติ — บางคนเป็นคนที่รับรู้พลังงานและอารมณ์รอบตัวได้ไวอยู่แล้ว (มักเรียกว่า คนที่มีความไวสูง หรือ HSP) กลุ่มนี้มักเห็นหรือสัมผัสออร่าได้เร็ว
- การเปิดใจโดยไม่คาดหวัง — คนที่ “ปล่อย” และสนุกกับการฝึก มักเห็นเร็วกว่าคนที่กดดันตัวเองว่าต้องเห็นให้ได้
ถ้าฝึกแล้วยังไม่เห็นสักที ไม่ได้แปลว่าคุณ “ไม่มีพรสวรรค์” เลย เหมือนคนฟังเพลงแล้วบางคนแยกเสียงเครื่องดนตรีได้ทีละชิ้น บางคนฟังเป็นภาพรวม — เป็นเรื่องของการฝึกและจริตล้วน ๆ
ฝึกแล้วไม่เห็นเลย ทำยังไงดี
ไม่ต้องท้อ ลองปรับตามนี้ก่อน แล้วค่อย ๆ ให้เวลาตัวเอง
- ลดความพยายามลง — ยิ่งเพ่งยิ่งไม่เห็น เพราะการเพ่งทำให้กล้ามเนื้อตาเกร็งและดึงเราออกจากการมองชายขอบ ลองหาว หลับตาพัก แล้วเริ่มใหม่แบบสบาย ๆ
- เช็กฉากหลังและแสงอีกครั้ง — สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดคือฉากหลังรกหรือไฟจ้าเกินไป
- ฝึกสั้น ๆ แต่บ่อย — วันละ 5 นาที ดีกว่าฝึกทีเดียว 1 ชั่วโมงแล้วเลิก
- เริ่มจากรับรู้ด้วย “ความรู้สึก” ก่อน — ลองเอาฝ่ามือสองข้างเข้าใกล้กันช้า ๆ แล้วสังเกตความรู้สึกอุ่น ๆ ตึง ๆ หรือเหมือนมีแรงต้านเบา ๆ ระหว่างมือ นั่นคือการสัมผัสสนามพลังงานแบบไม่ต้องใช้ตา
และถ้าอยากเห็นออร่าตัวเองแบบเป็นภาพชัดจริง ๆ โดยไม่ต้องรอฝึกเป็นเดือน ก็มีอีกทางเลือกหนึ่ง
ทางลัดสำหรับคนที่อยากเห็นออร่าเป็นภาพ: เครื่องสแกนพลังงาน
สำหรับคนทั่วไปที่ยังฝึกมองเองไม่ได้ หรืออยากได้ภาพออร่าเป็นสีสันให้ดูชัด ๆ ปัจจุบันมีเทคโนโลยีที่ช่วย “แปล” สนามพลังงานออกมาเป็นภาพสีบนจอ ที่ DEVESSA เราใช้ระบบ Light Mandalas ซึ่งอ่านค่าพลังงานและแสดงผลออกมาเป็นสีของแต่ละจุดจักระ ทำให้เห็นภาพรวมของพลังงานตัวเองได้ในไม่กี่นาที เหมาะกับคนที่อยากเริ่มต้นทำความเข้าใจตัวเองแบบเห็นภาพจับต้องได้
ถ้าสนใจอยากลองตรวจกับผู้เชี่ยวชาญ ลองดูรายละเอียดบริการตรวจจักระในกรุงเทพประกอบได้ จะเลือกฝึกมองเองที่บ้านหรือมาสแกนดูภาพก็สนุกทั้งคู่ ไม่มีวิธีไหนถูกหรือผิด
คำถามที่พบบ่อย
ฝึกดูออร่านานแค่ไหนถึงจะเห็น?
แตกต่างกันมากในแต่ละคน บางคนเห็นเส้นแสงจาง ๆ ตั้งแต่ครั้งแรกที่ลอง บางคนใช้เวลาหลายวันถึงหลายสัปดาห์ เคล็ดลับคือฝึกสั้น ๆ วันละ 5 นาทีอย่างสม่ำเสมอ และอย่ากดดันตัวเอง เพราะยิ่งผ่อนคลายยิ่งเห็นง่าย
เห็นแค่เส้นแสงขาว ๆ ไม่เห็นสี ผิดปกติไหม?
ไม่ผิดเลย ชั้นแสงขาวใส ๆ ที่แนบกับตัว (ชั้นอีเทอริก) เป็นสิ่งที่คนเห็นได้ง่ายและเร็วที่สุด ส่วนการเห็นสีต่าง ๆ มักตามมาทีหลังเมื่อฝึกจนสายตาและใจคุ้นเคยมากขึ้น ค่อย ๆ เป็นค่อย ๆ ไป
ต้องมีพรสวรรค์หรือเปิดตาที่สามก่อนไหม?
ไม่จำเป็น การมองเห็นออร่าเป็นทักษะที่ฝึกได้เหมือนการฝึกมองภาพซ่อนในลายจุด คนที่ฝึกสมาธิหรือไวต่อพลังงานอาจเห็นเร็วกว่า แต่ทุกคนสามารถพัฒนาได้ด้วยการฝึกอย่างสม่ำเสมอ
ดูออร่าตัวเองจากรูปถ่ายในมือถือได้ไหม?
การมองเห็นออร่าอาศัยการรับรู้แสงจาง ๆ ผ่านสายตาแบบเรียลไทม์ กล้องมือถือทั่วไปจับภาพนี้ไม่ได้ สิ่งที่เห็นในรูปมักเป็นแสงสะท้อนหรือแฟลร์ของเลนส์ หากอยากได้ภาพออร่าเป็นสี ควรใช้เครื่องสแกนพลังงานเฉพาะทางจะแม่นกว่า
เห็นออร่าตัวเองเป็นสีหม่น ๆ ต้องกังวลไหม?
ในมุมความเชื่อ ออร่าที่ดูหม่นหรือแคบมักสะท้อนว่าเรากำลังเหนื่อยล้าหรือเครียดสะสม ไม่ใช่เรื่องน่ากลัวและเปลี่ยนแปลงได้ตลอดตามอารมณ์ ลองพักผ่อน หายใจลึก ๆ ทำกิจกรรมที่ผ่อนคลาย แล้วสังเกตว่าออร่าดูสว่างขึ้นไหม ทั้งนี้เป็นแนวทางผ่อนคลายเพื่อดูแลใจ ไม่ใช่การวินิจฉัยสุขภาพ
เห็นออร่าคนอื่นกับเห็นออร่าตัวเอง วิธีต่างกันไหม?
หลักการเดียวกันคือใช้การมองชายขอบและผ่อนสายตา ต่างกันแค่การดูตัวเองต้องอาศัยกระจก ส่วนการดูคนอื่นให้เขายืนหน้าผนังสีเรียบแล้วเรามองผ่านตัวเขาไปที่ผนัง มือใหม่มักเริ่มจากดูมือหรือดูคนอื่นได้ง่ายกว่าดูตัวเองในกระจกเล็กน้อย
อ่านต่อในเรื่องเดียวกัน
Sound Healing คืออะไร? ศาสตร์เสียงเพื่อการผ่อนคลาย ฉบับเข้าใจง่าย
วิธีปรับสมดุลจักระเบื้องต้นด้วยตัวเอง
ออร่าคืออะไร? ความหมายสีออร่าแต่ละสี + วิธีดูและตรวจออร่าตัวเอง
อยากเริ่มดูแลตัวเองกับ DEVESSA?
ดูบริการจริง ราคา และขั้นตอนก่อนตัดสินใจได้อย่างสบายใจ
ดูบริการทั้งหมด ดูบริการทั้งหมด 14 รายการ หรือทักคุยก่อนได้ที่ LINE @devessa · ประสบการณ์เพื่อการผ่อนคลาย ไม่ใช่การรักษาทางการแพทย์