✦ โปรโมชั่น Luminara Pyramid — นอนพีระมิดแสงเสียง 1 ชม. เพียง 1,900.- (ปกติ 4,900.-) · จองเลย →

วิธีดูออร่าตัวเองเบื้องต้น: ฝึกมองด้วยตาเปล่า + ทำไมบางคนเห็นบางคนไม่เห็น

แชร์บทความนี้:LINEFacebook
สรุปสั้น ๆ: ดูออร่าตัวเองได้ง่าย ๆ ด้วยการยืนหน้ากระจกในห้องแสงนวล มองผ่านเงาสะท้อนไปที่ผนังโดยใช้สายตาชายขอบ พร้อมเหตุผลว่าทำไมบางคนเห็นบางคนไม่เห็น และทางเลือกสแกนออร่าเป็นภาพ

วิธีดูออร่าตัวเองเบื้องต้น: ฝึกมองด้วยตาเปล่า + ทำไมบางคนเห็นบางคนไม่เห็น

อยากลองดูออร่า (aura) ของตัวเองด้วยตาเปล่าไหม? เริ่มง่าย ๆ แค่ยืนห่างจากกระจกบานใหญ่ประมาณ 1 เมตร โดยมีผนังสีเรียบ ๆ เป็นฉากหลัง เปิดไฟนวลอ่อน ๆ แล้ว “ทอดสายตา” ผ่านเงาสะท้อนไปที่ผนังด้านหลังตัวเอง ไม่ต้องเพ่ง หลังจากผ่อนสายตาสัก 1–2 นาที หลายคนจะเริ่มเห็นเส้นแสงจาง ๆ สีขาวหรือฟ้าใสบาง ๆ ล้อมรอบศีรษะและไหล่ นั่นคือชั้นออร่าชั้นแรกที่มองเห็นได้ง่ายที่สุด

ฟังดูเหมือนต้องมีพรสวรรค์ แต่จริง ๆ แล้วการมองเห็นออร่าเป็นทักษะที่ “ฝึกได้” เหมือนการฝึกมองภาพ 3 มิติในโปสเตอร์ลายจุด บางคนเห็นในครั้งแรก บางคนใช้เวลาหลายวันหรือหลายสัปดาห์ บทความนี้จะพาคุณไปทีละขั้น ตั้งแต่การเตรียมตัว วิธีฝึกที่ทำเองได้ที่บ้าน ไปจนถึงเหตุผลว่าทำไมบางคนถึงเห็นง่ายกว่าคนอื่น — เขียนแบบเพื่อนเล่าให้เพื่อนฟัง ไม่ต้องซีเรียส ลองทำไปด้วยกันนะ

ออร่าคืออะไร ทำไมถึง “มองเห็น” ได้

ออร่า คือสนามพลังงาน (energy field) ที่เชื่อกันว่าแผ่ออกมารอบตัวสิ่งมีชีวิตทุกอย่าง ในหลายวัฒนธรรมมองว่าออร่าสะท้อนสภาวะอารมณ์ ความรู้สึก และความสมดุลภายในของแต่ละคน เวลาที่เราสบายใจ ผ่อนคลาย ออร่ามักถูกอธิบายว่า “สว่างและกว้าง” ส่วนวันที่เหนื่อยล้าหรือเครียดสะสม ออร่าก็อาจดู “หม่นและหดแคบ” ลง

ในสายพลังงานมักโยงสีของออร่าเข้ากับระบบจักระ (chakra) ทั้ง 7 จุดในร่างกาย เพราะเชื่อว่าจุดพลังงานแต่ละจุดสัมพันธ์กับสีที่ต่างกัน หากอยากเข้าใจว่าแต่ละสีหมายถึงอะไร ลองอ่านเพิ่มได้ที่บทความสีของจักระทั้ง 7 และความหมาย

ส่วนคำถามที่ว่า “ตาเราเห็นออร่าได้จริงเหรอ” — คำอธิบายที่คนสายฝึกมองเห็นมักใช้คือ เซลล์รับแสงแบบแท่ง (rod cells) ที่อยู่บริเวณขอบของจอตาเรา ไวต่อแสงสลัวและการเคลื่อนไหวเบา ๆ มากกว่าเซลล์ตรงกลางที่ใช้มองรายละเอียดและสี ฉะนั้นเวลาเราผ่อนสายตาและใช้ “การมองชายขอบ” (peripheral vision) เราจึงมีโอกาสรับรู้แสงจาง ๆ รอบตัวคนได้มากขึ้น นี่คือหลักการเบื้องหลังทุกเทคนิคที่จะเล่าต่อไปนี้

หมายเหตุเล็ก ๆ: การดูออร่าเป็นความเชื่อและแนวทางผ่อนคลายเพื่อสำรวจใจตัวเอง ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือการรักษาใด ๆ ลองทำด้วยใจสบาย ๆ เหมือนเล่นเกมกับตัวเองจะสนุกที่สุด

เตรียมพื้นที่ก่อนฝึก 4 อย่าง

ก่อนจะเริ่ม การจัดสภาพแวดล้อมให้เหมาะสำคัญกว่าที่คิด เพราะออร่าเป็นแสงที่ “จาง” มาก ถ้าฉากหลังรกหรือไฟจ้าเกินไป ยังไงก็มองไม่เห็น เช็กลิสต์ง่าย ๆ มีดังนี้

  • ฉากหลังเรียบสีอ่อน — ผนังสีขาว ครีม หรือเทาอ่อน จะช่วยให้เส้นออร่าตัดกับพื้นหลังได้ชัด หลีกเลี่ยงผนังที่มีลายหรือของแขวนเยอะ
  • แสงนวลอ่อน ไม่จ้า — แสงธรรมชาติช่วงเช้าตรู่หรือใกล้ค่ำเป็นแสงที่เหมาะที่สุด ถ้าเปิดไฟ ให้ใช้ไฟวอร์มอ่อน ๆ หลีกเลี่ยงหลอดขาวจ้าเหนือหัวโดยตรง
  • บรรยากาศสงบ — ปิดเสียงรบกวน หายใจช้า ๆ สัก 5–10 ครั้งให้ใจนิ่งก่อน หลายคนชอบเปิดเสียงเบา ๆ คลอ เช่น เสียงขันทิเบตหรือดนตรีผ่อนคลาย เพื่อให้จิตนิ่งลง (อ่านเพิ่มเรื่องเสียงบำบัดเพื่อการผ่อนคลายได้)
  • เวลาที่ใจว่าง — อย่าฝึกตอนรีบหรือเหนื่อยล้าจัด เพราะความพยายาม “เพ่ง” จะยิ่งทำให้มองไม่เห็น

วิธีดูออร่าตัวเองหน้ากระจก (ทำตามทีละขั้น)

นี่คือวิธีที่นิยมที่สุดสำหรับการดูออร่าของ “ตัวเอง” เพราะเราเป็นทั้งคนดูและแบบในเวลาเดียวกัน

  1. ยืนห่างกระจกราว 1 เมตร ให้มีผนังสีเรียบอยู่ด้านหลังตัวคุณ (ไม่ใช่ด้านหลังกระจก)
  2. ผ่อนไหล่ หายใจลึก สลัดความเกร็งออกจากใบหน้าและดวงตา ยิ้มเบา ๆ ให้ตัวเองในกระจกก่อนเริ่ม
  3. จ้องนิ่ง ๆ ที่จุดกลางหน้าผาก (บริเวณตาที่สาม) ของเงาสะท้อนตัวเอง แล้ว “มองทะลุ” ผ่านเงาไปที่ผนังด้านหลัง เหมือนกำลังมองอะไรที่อยู่ไกลออกไป
  4. อย่าขยับลูกตาไปมา ตรึงสายตาไว้ที่จุดเดิม แต่เปิดการรับรู้ให้กว้างไปถึงขอบภาพ สังเกตพื้นที่รอบ ๆ ศีรษะและไหล่ด้วยหางตา
  5. รอ 1–3 นาที อย่าใจร้อน ค่อย ๆ ปล่อยสายตาให้เบลอนิด ๆ ระหว่างนี้อย่ากะพริบตาถี่เกินไป

สิ่งที่คนส่วนใหญ่เห็นเป็นอย่างแรกคือเส้นแสงบาง ๆ ใส ๆ หรือขาวนวลที่แนบไปกับรูปร่าง เหมือนไอความร้อนที่ระยิบเหนือพื้นถนนตอนแดดจัด — นั่นคือชั้นในสุดที่เรียกว่าชั้นอีเทอริก (etheric layer) เมื่อฝึกไปเรื่อย ๆ บางคนจะเริ่มเห็นสีจาง ๆ เหลือบขึ้นมา อาจเป็นฟ้า เขียว ม่วง หรือทอง แล้วแต่คน

ฝึกกับ “มือตัวเอง” สำหรับมือใหม่สุด ๆ

ถ้าหน้ากระจกยังยากไป ลองเริ่มจากมือตัวเองก่อน เป็นวิธีที่เบาและทำได้ทุกที่

  1. ยกมือข้างหนึ่งขึ้นมาให้ฉากหลังเป็นผนังสีอ่อน กางนิ้วออกเล็กน้อย
  2. ทอดสายตามองผ่านนิ้วมือไปที่ผนัง ไม่โฟกัสที่ตัวนิ้ว
  3. ลองนำปลายนิ้วชี้สองข้างมาเกือบชนกัน แล้วค่อย ๆ ดึงออก สังเกตว่ามีเส้นแสงจาง ๆ “ยืด” ตามปลายนิ้วไหม
  4. ขยับมือช้า ๆ ไปมา แล้วดูว่ามีชั้นใส ๆ เคลื่อนตามขอบมือหรือเปล่า

เส้นแสงรอบมือมักเป็นสิ่งแรกที่คนเห็นได้ก่อนออร่ารอบตัว เพราะโฟกัสง่ายและเราควบคุมระยะได้เอง ฝึกวันละ 5 นาทีสม่ำเสมอ จะได้ผลดีกว่าฝึกทีเดียวนาน ๆ นาน ๆ ครั้ง

ทำไมบางคนเห็นออร่า บางคนไม่เห็น

นี่คือคำถามยอดฮิต และคำตอบก็ทำให้สบายใจขึ้นเยอะ — เกือบทุกคน “สัมผัส” ออร่าได้ เพียงแต่ไม่ใช่ทุกคนที่ “แปลผล” ออกมาเป็นภาพได้ ลองนึกถึงเวลาเดินเข้าห้องแล้วรู้สึกว่า “บรรยากาศมันตึง ๆ” หรือเจอบางคนแล้วรู้สึกอบอุ่นสบายใจทันที นั่นก็คือการรับรู้พลังงานรูปแบบหนึ่งที่เราทำกันอยู่ทุกวันโดยไม่รู้ตัว

ปัจจัยที่ทำให้บางคนเห็นออร่าเป็นภาพได้ง่ายกว่า มักมาจาก

  • ความเคยชินในการเข้าถึงสภาวะจิตนิ่ง — คนที่ฝึกสมาธิหรือโยคะเป็นประจำ มักผ่อนสายตาและใจให้ “โล่ง” ได้เร็วกว่า จึงเห็นง่ายกว่า
  • ความไวต่อพลังงานโดยธรรมชาติ — บางคนเป็นคนที่รับรู้พลังงานและอารมณ์รอบตัวได้ไวอยู่แล้ว (มักเรียกว่า คนที่มีความไวสูง หรือ HSP) กลุ่มนี้มักเห็นหรือสัมผัสออร่าได้เร็ว
  • การเปิดใจโดยไม่คาดหวัง — คนที่ “ปล่อย” และสนุกกับการฝึก มักเห็นเร็วกว่าคนที่กดดันตัวเองว่าต้องเห็นให้ได้

ถ้าฝึกแล้วยังไม่เห็นสักที ไม่ได้แปลว่าคุณ “ไม่มีพรสวรรค์” เลย เหมือนคนฟังเพลงแล้วบางคนแยกเสียงเครื่องดนตรีได้ทีละชิ้น บางคนฟังเป็นภาพรวม — เป็นเรื่องของการฝึกและจริตล้วน ๆ

ฝึกแล้วไม่เห็นเลย ทำยังไงดี

ไม่ต้องท้อ ลองปรับตามนี้ก่อน แล้วค่อย ๆ ให้เวลาตัวเอง

  • ลดความพยายามลง — ยิ่งเพ่งยิ่งไม่เห็น เพราะการเพ่งทำให้กล้ามเนื้อตาเกร็งและดึงเราออกจากการมองชายขอบ ลองหาว หลับตาพัก แล้วเริ่มใหม่แบบสบาย ๆ
  • เช็กฉากหลังและแสงอีกครั้ง — สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดคือฉากหลังรกหรือไฟจ้าเกินไป
  • ฝึกสั้น ๆ แต่บ่อย — วันละ 5 นาที ดีกว่าฝึกทีเดียว 1 ชั่วโมงแล้วเลิก
  • เริ่มจากรับรู้ด้วย “ความรู้สึก” ก่อน — ลองเอาฝ่ามือสองข้างเข้าใกล้กันช้า ๆ แล้วสังเกตความรู้สึกอุ่น ๆ ตึง ๆ หรือเหมือนมีแรงต้านเบา ๆ ระหว่างมือ นั่นคือการสัมผัสสนามพลังงานแบบไม่ต้องใช้ตา

และถ้าอยากเห็นออร่าตัวเองแบบเป็นภาพชัดจริง ๆ โดยไม่ต้องรอฝึกเป็นเดือน ก็มีอีกทางเลือกหนึ่ง

ทางลัดสำหรับคนที่อยากเห็นออร่าเป็นภาพ: เครื่องสแกนพลังงาน

สำหรับคนทั่วไปที่ยังฝึกมองเองไม่ได้ หรืออยากได้ภาพออร่าเป็นสีสันให้ดูชัด ๆ ปัจจุบันมีเทคโนโลยีที่ช่วย “แปล” สนามพลังงานออกมาเป็นภาพสีบนจอ ที่ DEVESSA เราใช้ระบบ Light Mandalas ซึ่งอ่านค่าพลังงานและแสดงผลออกมาเป็นสีของแต่ละจุดจักระ ทำให้เห็นภาพรวมของพลังงานตัวเองได้ในไม่กี่นาที เหมาะกับคนที่อยากเริ่มต้นทำความเข้าใจตัวเองแบบเห็นภาพจับต้องได้

ถ้าสนใจอยากลองตรวจกับผู้เชี่ยวชาญ ลองดูรายละเอียดบริการตรวจจักระในกรุงเทพประกอบได้ จะเลือกฝึกมองเองที่บ้านหรือมาสแกนดูภาพก็สนุกทั้งคู่ ไม่มีวิธีไหนถูกหรือผิด

คำถามที่พบบ่อย

ฝึกดูออร่านานแค่ไหนถึงจะเห็น?

แตกต่างกันมากในแต่ละคน บางคนเห็นเส้นแสงจาง ๆ ตั้งแต่ครั้งแรกที่ลอง บางคนใช้เวลาหลายวันถึงหลายสัปดาห์ เคล็ดลับคือฝึกสั้น ๆ วันละ 5 นาทีอย่างสม่ำเสมอ และอย่ากดดันตัวเอง เพราะยิ่งผ่อนคลายยิ่งเห็นง่าย

เห็นแค่เส้นแสงขาว ๆ ไม่เห็นสี ผิดปกติไหม?

ไม่ผิดเลย ชั้นแสงขาวใส ๆ ที่แนบกับตัว (ชั้นอีเทอริก) เป็นสิ่งที่คนเห็นได้ง่ายและเร็วที่สุด ส่วนการเห็นสีต่าง ๆ มักตามมาทีหลังเมื่อฝึกจนสายตาและใจคุ้นเคยมากขึ้น ค่อย ๆ เป็นค่อย ๆ ไป

ต้องมีพรสวรรค์หรือเปิดตาที่สามก่อนไหม?

ไม่จำเป็น การมองเห็นออร่าเป็นทักษะที่ฝึกได้เหมือนการฝึกมองภาพซ่อนในลายจุด คนที่ฝึกสมาธิหรือไวต่อพลังงานอาจเห็นเร็วกว่า แต่ทุกคนสามารถพัฒนาได้ด้วยการฝึกอย่างสม่ำเสมอ

ดูออร่าตัวเองจากรูปถ่ายในมือถือได้ไหม?

การมองเห็นออร่าอาศัยการรับรู้แสงจาง ๆ ผ่านสายตาแบบเรียลไทม์ กล้องมือถือทั่วไปจับภาพนี้ไม่ได้ สิ่งที่เห็นในรูปมักเป็นแสงสะท้อนหรือแฟลร์ของเลนส์ หากอยากได้ภาพออร่าเป็นสี ควรใช้เครื่องสแกนพลังงานเฉพาะทางจะแม่นกว่า

เห็นออร่าตัวเองเป็นสีหม่น ๆ ต้องกังวลไหม?

ในมุมความเชื่อ ออร่าที่ดูหม่นหรือแคบมักสะท้อนว่าเรากำลังเหนื่อยล้าหรือเครียดสะสม ไม่ใช่เรื่องน่ากลัวและเปลี่ยนแปลงได้ตลอดตามอารมณ์ ลองพักผ่อน หายใจลึก ๆ ทำกิจกรรมที่ผ่อนคลาย แล้วสังเกตว่าออร่าดูสว่างขึ้นไหม ทั้งนี้เป็นแนวทางผ่อนคลายเพื่อดูแลใจ ไม่ใช่การวินิจฉัยสุขภาพ

เห็นออร่าคนอื่นกับเห็นออร่าตัวเอง วิธีต่างกันไหม?

หลักการเดียวกันคือใช้การมองชายขอบและผ่อนสายตา ต่างกันแค่การดูตัวเองต้องอาศัยกระจก ส่วนการดูคนอื่นให้เขายืนหน้าผนังสีเรียบแล้วเรามองผ่านตัวเขาไปที่ผนัง มือใหม่มักเริ่มจากดูมือหรือดูคนอื่นได้ง่ายกว่าดูตัวเองในกระจกเล็กน้อย

แชร์บทความนี้:LINEFacebook
Devessa · The Energy Rebirth

อยากเริ่มดูแลตัวเองกับ DEVESSA?

ดูบริการจริง ราคา และขั้นตอนก่อนตัดสินใจได้อย่างสบายใจ

ดูบริการทั้งหมด ดูบริการทั้งหมด 14 รายการ หรือทักคุยก่อนได้ที่ LINE @devessa · ประสบการณ์เพื่อการผ่อนคลาย ไม่ใช่การรักษาทางการแพทย์
Scroll to Top